โดย อ.อำพล สงวนศิริธรรม

            YRC's Computer



ตอนที่ 1 (ยุค 8 บิต Apple II)

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ได้นําคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้เพื่อการบริหารและการเรียนการสอน เมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2526 สมัยที่ ผอ.สมชาย นพเจริญกุล เป็นผู้อํานวยการโรงเรียน โดยนํารายได้จากค่าบํารุงสถานที่จัดงานแสดงสินค้า ของหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ที่ไปจัดงานแสดงสินค้า ณ บริเวณสนามของโรงเรียน สั่งซื้อคอมพิวเตอร์จํานวน 15 เครื่อง เข้าไปใช้ในโรงเรียน ในขณะนั้นมีราคาเครื่องละ 17,500 บาท เป็นเครื่อง 8 บิต ตระกูลแอปเปิลทู (Apple II) ที่มีความเร็ว 1 Mhz หน่วยความจํา RAM เพียง 48 K ไม่มีดิสก์ไดรว์หรือฮาร์ดดิสก์ ใช้ระบบปฏิบัติการ AP-DOS โดยได้ใช้งานเครื่องรุ่นนี้อยู่ประมาณ 3 ปี (พ.ศ.2526 – พ.ศ.2528)

เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์แอปเปิลทู ไม่มีดิสก์ไดรว์หรือฮาร์ดดิสก์ มีแต่เพียงภาษาเบสิค (BASIC) ที่อยู่ใน ROM กล่าวคือเมื่อเปิดเครื่องใช้งาน จะมีเพียงเครื่องหมาย Prompt รอรับคําสั่งภาษาเบสิคเท่านั้น การสอนคอมพิวเตอร์ในช่วงแรกให้กับนักเรียน จึงเป็นการสอนเขียนโปรแกรมด้วยภาษาเบสิค และไม่มีการบันทึก (หรือ Save) ในปีต่อ ๆ มา จึงได้จัดหาดิสก์ไดรว์ ทําให้สามารถบันทึกโปรแกรมไว้ในแผ่นดิสก์ ที่มีความจุ 128 กิโลไบต์ได้ (เป็นแผ่นขนาด 5.25 นิ้ว บันทึกได้ด้านเดียว)


การนําเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวไปใช้งานยิ่งเป็นเรื่องยาก เพราะไม่มีระบบภาษาไทยในเครื่องแอปเปิลทู ผมได้พัฒนาระบบภาษาไทยในลักษณะกราฟิคบนเครื่องนี้ขึ้นมาได้สําเร็จในต้นปี พ.ศ.2527 และเขียนโปรแกรมใช้งานในโรงเรียนได้ในเวลาต่อมา สิ่งที่ศิษย์เก่ายุพราชวิทยาลัยคงยังจําได้ ก็คือระบบ VideoText ที่ติดตั้งไว้ที่ตึกยุพราช ให้บริการข่าวสารและเรื่องน่ารู้ที่บรรจุไว้ในคอมพิวเตอร์เป็นภาษาไทย จะมีนักเรียนมากดเล่นในตอนเช้า ๆ เสมอ ถึงแม้ระบบภาษาไทยในลักษณะกราฟิคจะทํางานค่อนข้างช้า (ก็ความเร็ว CPU เพียง 1 Mhz เท่านั้น) และข่าวสารก็มีเพียงข้อความเป็นตัวหนังสือสีเขียวบนพื้นจอสีดํา (ไม่มีรูปภาพ) แต่ทุกคนก็พอใจ และเห็นเป็นเรื่องแปลกดี


สิ่งที่ทําให้โครงการคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายไปทั่วประเทศ จนมีคณะครูจากโรงเรียนต่าง ๆ ไปศึกษาดูงานเป็นจำนวนมาก คงจะมาจากการพัฒนาระบบภาษาไทยบนเครื่องคอมพิวเตอร์ Apple II ได้สําเร็จและสร้างซอฟต์แวร์ ด้วยภาษาไทยระบบนี้ ทั้งด้านบริหารและการเรียนการสอน ขึ้นใช้งานเป็นจํานวนมาก ตั้งแต่ปีการศึกษา 2527 รวมทั้ง ได้มีการเผยแพร่ซอฟต์แวร์เหล่านี้ ให้นําไปใช้งานยังสถานศึกษาระดับต่าง ๆ ทั่วประเทศนั่นเอง



ตอนที่ 2 (ยุค 16 บิต IBM PC)

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยได้ใช้งานเครื่อง Apple II อยู่ประมาณ 3 ปี (พ.ศ.2526 – พ.ศ.2528) ตั้งแต่ปีการศึกษา 2529 เป็นต้นมา โรงเรียนได้เปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องไอบีเอ็ม พีซี (IBM PC) ซึ่งเป็นเครื่อง 16 บิต รุ่นต่าง ๆ คือ 8088, 8086, 80286, 80386 ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ MS-DOS


ในขณะนั้นเริ่มมีหน่วยงานและบริษัทพัฒนาระบบภาษาไทยเกิดขึ้นบ้างแล้ว แต่การใช้งานยังอยู่ในวงจำกัดและจำเป็นต้องใช้ไดร์เวอร์ในลักษณะฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์เพื่อให้แสดงผลเป็นภาษาไทยได้ ทำให้ไม่คล่องตัวในการสร้างโปรแกรมใช้งาน ผมจึงได้พัฒนาระบบภาษาไทยขึ้นมาใหม่ในลักษณะกราฟิคด้วยภาษาปาสคาล (ใช้ Turbo Pascal ของบริษัทบอร์แลนด์) แล้วเขียนโปรแกรมใช้งานด้วยระบบภาษาไทยนี้สำเร็จ โปรแกรมเหล่านี้สามารถแสดงผลเป็นภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ไดร์เวอร์ภาษาไทยใด ๆ เลย เพราะได้รวมระบบภาษาไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมแล้ว ได้นำไปใช้งานด้านต่าง ๆ ของโรงเรียน และมีการเผยแพร่ไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ด้วย (ดูตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่เผยแพร่ คลิกที่นี่ครับ)

การเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนเริ่มเกิดขึ้นหลายแห่ง แต่ละแห่งจัดทำหลักสูตรเองตามความพร้อมของโรงเรียน นอกจากการเขียนโปรแกรมภาษาเบสิคแล้ว ยังมีการสอนเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคำภาษาไทย ได้แก่ ราชวิถีเวิร์ด (RW) และ จุฬาเวิร์ด (CW) รวมทั้งโปรแกรมตารางคำนวณ (Spreadsheet) เช่น Lotus 1-2-3 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้กับระบบปฏิบัติการ MS-DOS

ในปี พ.ศ.2531 ผมได้รับเชิญจากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ให้เป็นกรรมการพิจารณาโครงร่างหลักสูตรวิชาพื้นฐานวิชาชีพคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในโรงเรียน มีการประชุมพิจารณาจัดทำหลักสูตรอย่างต่อเนื่องอยู่อีกหลายครั้ง จนกระทั่งในปีการศึกษา 2535 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ประกาศใช้หลักสูตรวิชาพื้นฐานวิชาชีพคอมพิวเตอร์ ในระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้เป็นวิชาบังคับในสายวิชาชีพและสายสามัญบางส่วน มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ MS-DOS และ Windows การใช้โปรแกรม Microsoft Word การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาเบสิคและภาษาปาสคาล เป็นต้น ทำให้การเรียนการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ในสถาบันการศึกษามีมาตรฐานมาตั้งแต่นั้น

ในปีการศึกษา 2537 โรงเรียนได้สร้างห้องคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอีก 1 ห้อง บรรจุคอมพิวเตอร์รุ่น 486SX-25 จํานวน 30 ชุด ติดตั้งพร้อมกับระบบเครือข่าย LAN คิดเป็นมูลค่า (ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์) รวมทั้งสิ้น 1,300,000 บาท นอกจากนี้ในปลายปีการศึกษา 2538 สมาคมผู้ปกครองและครูฯ ยังได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดทําโครงสร้างหลัก (Backbone) โดยเดินสายใยแก้วนําแสง เชื่อมโยงอาคารเรียนทุกอาคาร และติดตั้งอุปกรณ์ที่จําเป็น คิดเป็นมูลค่าถึง 2,600,000 บาท เราพร้อมจะสร้างศูนย์อินเทอร์เน็ตแล้ว !!!



ตอนที่ 3 (ยุคอินเทอร์เน็ต)

ในการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในโรงเรียน มีเรื่องที่ต้องจัดทำเพิ่มเติมอีก 4 เรื่องหลัก ๆ คือ 1. เตรียมห้องและเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) 2. เตรียมเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่จะเชื่อมต่อ 3. จดทะเบียนโดเมนเนม (Domain Name) และ 4. สร้างเว็บไซต์ของโรงเรียน

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเริ่มนำอินเทอร์เน็ตมาใช้งานและการเรียนการสอนเมื่อปีการศึกษา 2539 โดยได้จัดทำเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในโรงเรียน และสร้างห้องอินเทอร์เน็ตให้นักเรียนได้ใช้งานรวม 2 ห้อง มีห้องเซิร์ฟเวอร์อยู่ที่อาคาร 2 โดยใช้คอมพิวเตอร์ยี่ห้อ COMPAQ เป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในตอนแรก เครื่องนี้ใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกส์ (Linux) ที่ได้รับความช่วยเหลือจากศิษย์เก่ายุพราชฯ ที่เป็นนักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในขณะนั้น (นายโอภาส หมื่นแสน) ช่วยลงระบบปฏิบัติการนี้ให้

การต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตในยุคแรก ต่อเชื่อมผ่านโมเด็มกับเครือข่ายไทยสารภาคเหนือ ซึ่งมีที่ทำการอยู่ที่ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ถวัลย์วงศ์ ไกรโรจนานันท์ และอาจารย์ ดร.ณพสิทธิ์ จักรพิทักษ์ เป็นผู้ให้ความอนุเคราะห์เป็นอย่างดียิ่ง ต่อมาเมื่อหมดโครงการไทยสารภาคเหนือ ได้ต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตกับโครงการ SchoolNet ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ที่มอบหมายให้โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเป็น SchoolNet Node ด้วยความเร็ว 64 K เมื่อหมดโครงการจึงได้ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตชนิดคู่สายเช่า (Leased line) ตลอดเวลา ด้วยความเร็ว 2 MB จากบริษัท กสท. โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน)



ในการจดทะเบียนโดเมนเนม มีข้อจำกัดในขณะนั้น (เหมือนชื่อไฟล์ในระบบ MS-DOS) คือจะต้องเป็นภาษาอังกฤษที่มีจำนวนไม่เกิน 8 ตัวอักษร หลายสถาบันการศึกษามักใช้ตัวย่อ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ใช้ cmu.ac.th เป็นต้น แต่คำว่า”ยุพราช” ภาษาอังกฤษสะกดว่า “yupparaj” ครบ 8 ตัวอักษรพอดี จึงเลือกชื่อนี้ เราจึงได้ “yupparaj.ac.th” เป็นโดเมนเนมของเว็บไซต์โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

ผมสร้างเว็บไซต์ของโรงเรียนด้วยภาษา HTML ในยุคแรก โดยการศึกษาด้วยตนเอง จนสามารถสร้างเว็บไซต์ได้สำเร็จ นำลงในเซิร์ฟเวอร์ของโรงเรียน ทำให้ทุกคนบนโลกใบนี้สามารถเข้าถึงและรู้จักโรงเรียนยุพราชฯ ของเรา ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้แล้ว ที่ URL: www.yupparaj.ac.th เว็บไซต์ของโรงเรียนมีการพัฒนาปรับปรุงมาโดยตลอด เพื่อให้มีสาระ ความรู้ และข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่เข้าไปเยี่ยมชม



ในปีการศึกษา 2545 โรงเรียนได้จัดสร้างศูนย์อินเทอร์เน็ตแห่งใหม่ขึ้นที่อาคารยุพราช 100 ปี ชั้น 3 ประกอบด้วยห้องเรียนคอมพิวเตอร์จํานวน 3 ห้อง ห้องพักครูคอมพิวเตอร์และห้องควบคุมระบบอินเทอร์เน็ต 1 ห้อง ได้จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่น Pentium IV รวม 90 เครื่อง เดินระบบเครือข่ายและติดตั้งอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตที่ทันสมัย ใช้เราเตอร์ (Router) ยี่ห้อ Cisco ที่มีโมเด็ม 60 คู่สาย มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นประมาณ 3,000,000 บาท ต่อมาในปีการศึกษา 2547 โรงเรียนได้จัดทําห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอีก 1 ห้อง โดยปรับปรุงจากห้องเรียนพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ บรรจุเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยจํานวน 30 ชุด ทุกชุดสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 800,000 บาท


ในปีการศึกษา 2548 โรงเรียนอนุมัติให้เปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทําเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในห้องควบคุมระบบจํานวน 3 เครื่อง ให้สามารถรองรับการใช้งานในลักษณะฐานข้อมูล ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีค่าใช้จ่ายประมาณ 400,000 บาท และ สนับสนุนให้ครูจัดทําบทเรียนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในลักษณะ E-Learning ด้วยโปรแกรม ATutor



มีเครื่องคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนให้บริการอินเทอร์เน็ตสําหรับอาจารย์และนักเรียน ติดตั้งอยู่ที่ห้องศูนย์บริการอินเทอร์เน็ต ห้องสมุด ห้องพักครู ศูนย์การเรียนรู้ ห้องสํานักงาน และฝ่ายบริหาร ประมาณ 200 เครื่อง และมีบริการออก Account ให้กับอาจารย์และนักเรียน สามารถใช้อินเทอร์เน็ตจากบ้านไปยังโรงเรียน โดยหมุนโทรศัพท์ผ่านโมเด็มได้จํานวน 60 คู่สาย (อัตโนมัติ)

อาจารย์และนักเรียนทั้งโรงเรียนสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ มีเว็บเพจผลงานนักเรียนเผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์ของโรงเรียน มากกว่า 400 เรื่อง และมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในด้านบริหารและการเรียนการสอนที่ผมพัฒนาขึ้นเอง (เป็นภาษาไทย) ให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรีอีกประมาณ 20 โปรแกรม



ตอนที่ 4 (ยุคทันสมัยที่สุดจนถึงปี 2552)

ในปีการศึกษา 2550 ผอ.บรรจง พลฤทธิ์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ได้อนุมัติให้ย้ายห้องศูนย์อินเทอร์เน็ตและห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ไปยังอาคารเรียนอเนกประสงค์หลังใหม่ ที่สร้างเป็นอาคารชนิดพิเศษ 4 ชั้น (คืออาคารเพชรรัตนราชสุดา) โดยออกแบบให้ชั้น 2 ทั้งชั้น เป็นห้องเรียนคอมพิวเตอร์จำนวน 3 ห้อง ห้องศูนย์อินเทอร์เน็ต 1 ห้อง และห้องพักครูคอมพิวเตอร์ 1 ห้อง



ในการย้ายศูนย์คอมพิวเตอร์ไปยังอาคารหลังใหม่ ได้จัดทำระบบเครือข่ายภายในใหม่ทั้งโรงเรียน โดยใช้สายใยแก้วนำแสง (Fiber optic) ที่มีความเร็วเป็น 1 กิกกะบิต (จากเดิม 100 เม็กกะบิต) เชื่อมโยงระหว่างอาคาร และใช้สาย UTP CAT 6 เชื่อมโยงภายในอาคาร ทำให้ระบบเครือข่ายมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สามารถส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังห้องพักครูและห้องศูนย์การเรียนของกลุ่มสาระได้ทุกห้องแล้ว

โรงเรียนยังได้เปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับใช้ในการเรียนการสอนในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ทั้ง 3 ห้อง รวมทั้งห้องศูนย์การเรียนของกลุ่มสาระต่าง ๆ เป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จำนวนมากถึง 300 เครื่อง พร้อม ๆ กัน ทำให้นักเรียน ที่เรียนวิชาคอมพิวเตอร์ ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นครั้งแรกที่นักเรียน ได้นั่งเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ 1 คน ต่อ 1 เครื่อง !!! ความฝันเป็นความจริงแล้ว




ในห้องศูนย์อินเทอร์เน็ตหรือห้องควบคุม ได้เพิ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ อีก 5 เครื่อง (เดิมมี 3 เครื่อง) ติดตั้งเครื่องรักษาระดับแรงดันไฟฟ้าและสำรองไฟ (UPS) เพิ่มเติมให้เพียงพอกับการใช้งาน ติดตั้งเครื่องปรับอากาศจำนวน 2 เครื่อง เพื่อให้สลับกันทำงาน ระหว่างกลางวันกับกลางคืน เพราะเครื่องเซิร์ฟเวอร์จะต้องเปิดให้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง




ในปีการศึกษา 2551 ได้ยกเลิกการให้บริการใช้อินเทอร์เน็ตจากบ้านผ่านโมเด็ม (Dial up) เพราะไม่ได้รับความนิยมเนื่องจากมีความเร็วน้อย ไม่เกิน 56 K ขณะที่บริการอินเทอร์เน็ตตามบ้านที่เอกชนให้บริการ เป็นแบบ ADSL มีความเร็วอย่างต่ำถึง 2 MB แล้ว ขณะเดียวกันได้เพิ่มบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wireless Internet) ในโรงเรียนแทน เพื่อให้ครู บุคลากร และนักเรียน จะได้มีโอกาสใช้งานอินเทอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น




ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2551 พระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 เริ่มมีผลบังคับใช้ ทำให้โรงเรียนในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ตตามกฎหมายต้องจัดทำระบบยืนยันตัวตนผู้ใช้ เพื่อเก็บรักษาข้อมูลจราจร คอมพิวเตอร์ หรือ Log file ย้อนหลังไม่น้อยกว่า 90 วัน ให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ โรงเรียนได้ติดต่อบริษัทเอกชนไปดำเนินการให้ (ทำเองไม่คุ้มค่าเพราะอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์มีราคาแพงมาก) และเริ่มใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2551 เป็นต้นมา ระบบนี้มีผลทำให้ครู บุคลากร และ นักเรียน ทุกคน จะต้องมีรหัสประจำตัวและรหัสผ่านของตนเอง ก่อนเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตจากเครื่องภายในโรงเรียน

สรุป ในปีการศึกษา 2552 ศูนย์คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 อาคารเพชรรัตนราชสุดา ประกอบด้วยห้องเซิร์ฟเวอร์ จำนวน 1 ห้อง และห้องเรียนคอมพิวเตอร์จำนวน 3 ห้อง

ก. ห้องเซิร์ฟเวอร์ ติดตั้ง Router ยี่ห้อ Cisco รุ่น AS5300 และเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่เป็นเครื่อง Server จำนวน 8 เครื่อง มีรายละเอียดดังนี้

เครื่องยี่ห้อ HP รุ่น ProLiant ML150 จำนวน 2 เครื่อง เครื่องยี่ห้อ HP รุ่น ProLiant ML350 จำนวน 1 เครื่อง เครื่องยี่ห้อ HP รุ่น ProLiant DL380G5 จำนวน 3 เครื่อง เครื่องยี่ห้อ IBM รุ่น System x3250 จำนวน 2 เครื่อง


ข. ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ จำนวน 3 ห้อง แต่ละห้องติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ ยี่ห้อ IBM Lenovo รุ่น ThinkCentre จอ LCD ขนาด 19 นิ้วแบบจอกว้าง (Wide Screen) จำนวนห้องละ 57 เครื่อง

เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งโรงเรียนด้วยสายใยแก้วนำแสง (Fiber optic) และสาย UTP ให้ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลได้สูงถึง 100 เม็กกะบิต ต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตด้วยคู่สายเช่า (Leased line) จากบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ด้วยความเร็ว 6 เม็กกะบิต มีเว็บไซต์ของโรงเรียนอยู่ที่ URL: www.yupparaj.ac.th



                                           

Copyright © 2025. All Rights Reserved.